การใส่ฟันปลอม พร้อมการดูแลรักษาฟันปลอม ที่คุณควรรู้!

การใส่ฟันปลอม พร้อมการดูแลรักษาฟันปลอม ที่คุณควรรู้

การใส่ฟันปลอม

การใส่ฟันปลอม พร้อมการดูแลรักษาฟันปลอม ที่คุณควรรู้

การใส่ฟันปลอม พร้อมการดูแลรักษาฟันปลอม ที่คุณควรรู้ แม้จะดูแลรักษาสุขภาพในช่องปากดีสักเท่าไหร่ แต่ด้วยหลายปัจจัยอาจทำให้หลายต่อหลายคนต้องเสียฟันแท้ไปก่อนวัยอันควร ไม่ว่าจะเป็นจากฟันผุ จากโรคเหงือก หรือจากอุบัติเหตุต่างๆ โดยหากเกิดในฟันซี่ที่มีความสำคัญไม่ว่าจะเป็นฟันซี่ที่ต้องทำการบดเคี้ยวอาหาร หรือฟันซี่ด้านหน้าที่มีผลต่อเรื่องของบุคลิกภาพ ก็ต้องมีการใส่ฟันปลอมทดแทน ซึ่งน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด ว่าแล้ว เราก็ลองมาทำความเข้าใจในเรื่องของฟันปลอมกันค่ะ ว่ามีอะไรบ้างที่คุณควรรู้

ฟันปลอม เป็นฟันที่มาทดแทนฟันที่เสียไป โดยสามารถใส่เข้าและถอดออกจากปากของเราได้ แม้ว่าฟันปลอมอาจจะต้องใช้เวลาในการทำความคุ้นเคย และไม่มีทางที่จะรู้สึกเหมือนฟันธรรมชาติ แต่ฟันปลอมในปัจจุบันก็แลดูเป็นธรรมชาติและมีความสะดวกสบายมากกว่าเมื่อก่อน ซึ่งฟันปลอมมี 2 ประเภท คือ ฟันปลอมแบบทั้งปาก และฟันปลอมแบบบางส่วน ทันตแพทย์จะเป็นคนแนะนำว่าควรใช้ฟันปลอมประเภทใด ขึ้นอยู่กับว่าคุณเสียฟันบางซี่หรือหมดทุกซี่ รวมทั้งต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายด้วย — การใส่ฟันปลอม


1. ฟันปลอมแบบทั้งปาก

ฟันปลอมแบบทั้งปาก

ฟันปลอมแบบทั้งปาก คือการทดแทนฟันทั้งหมดที่สูญเสียไป โดยฐานฟันปลอมสามารถทำด้วยวัสดุต่างๆ เช่น พลาสติก โลหะ หรือแบบผสม และยังสามารถนำมาประยุกต์ใช้ด้วยการยึดติดกับรากฟันเทียมไททาเนียม และจะช่วยเพิ่มความมั่นคงให้กับแผงฟันปลอมได้อีกด้วย

2. ฟันปลอมแบบบางส่วน

ฟันปลอมแบบบางส่วน

ฟันปลอมแบบบางส่วน เป็นทางเลือกหนึ่งในการรทดแทนฟันที่สูญเสียไป ในกรณีที่ผู้เข้ารับบริการยังคงมีฟันตามธรรมชาติเหลืออยู่ ซึ่งฐานฟันปลอมสามารถทำจากพลาสติก หรือโลหะ และจะมีก้ามปูซึ่งมีทั้งสีเหมือนฟันและโลหะใช้ในการยึดฟันตามธรรมชาติเพื่อเพิ่มความมั่นคงให้แก่ฟันปลอม

อย่างไรก็ตามชนิดของฟันปลอมยังแยกย่อยออกมาได้อีกเป็น ฟันปลอมแบบทั่วไป , ฟันปลอมแบบทันที และ ฟันปลอมชนิดติดแน่น

ฟันปลอมแบบทั่วไป หรือ ฟันปลอมถอดได้ การทำฟันปลอมแบบทั่วไป ทันตแพทย์จะเริ่มทำหลังจากที่แผลจากการถอนฟันของผู้ป่วยได้สมานตัวดีแล้ว โดยระยะเวลาที่ใช้ทั้งหมดหลังการถอนฟันจนได้รับฟันปลอมที่สมบูรณ์แบบนั้นจะใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 8 – 12 สัปดาห์

ฟันปลอมแบบทันที การทำฟันปลอมแบบทันทีเป็นการที่ทันตแพทย์เริ่มทำการพิมพ์ปากเพื่อทำฟันปลอมก่อนที่จะทำถอนฟันให้แก่ผู้ป่วย โดยหลังจากการถอนฟันผู้ป่วยสามารถที่จะใส่ฟันปลอมได้ทันที แต่เนื่องจากเมื่อแผลจากการ ถอนฟันได้หายดีแล้ว กระดูกรองรับฟันและเหงือกบริเวณนั้นจะมีการเปลี่ยนแปลงและยุบตัวลง ผู้ป่วยจึงจำเป็นต้องเข้ารับการปรับแต่งฟันปลอมดังกล่าวให้มีความพอดีกับบริเวณนั้นๆ เพื่อความสะดวกสบายของผู้ป่วยขณะสวมใส่ สำหรับการทำฟันปลอมประเภทนี้จะเป็นวิธีการแก้ปัญหาการสูญเสียฟันระดับเบื้องต้นและชั่วคราวเท่านั้น หลังจากที่บริเวณเหงือกมีสภาพปกติดีแล้ว ทันตแพทย์จะเริ่มทำฟันปลอมแบบทั่วไปเพื่อใช้แบบถาวรต่อไป

ฟันปลอมชนิดติดแน่น ฟันปลอมชนิดติดแน่นคือฟันปลอมถาวรที่ยึดแน่นในช่องปากโดยอาศัยฟันธรรมชาติซี่ที่อยู่ข้างเคียง กับช่องว่างเป็นหลักในการยึดฟันปลอม ฟันปลอมชนิดนี้ผู้ที่ใส่ไม่สามารถถอดออกมาเพื่อทำความสะอาด ภายนอกช่องปากได้ แบ่งได้ดังนี้ เดือยฟัน ครอบฟัน สะพานฟัน โดยฟันปลอมติดแน่นจะมีลักษณะ และขนาดเหมือนฟันธรรมชาติมากกว่าฟันปลอมถอดได้ จึงทำให้เรารู้สึกสบายกว่า ไม่มีส่วนของเหงือกปลอม หรือตะขอที่เกะกะ และการใช้งานประสิทธิภาพดี แข็งแรง สวยงาม ขั้นตอนการทำฟันปลอมชนิดติดแน่นและระยะโดยประมาณในการรักษา อาจจะใช้เวลามาพบทันตแพทย์ประมาณ 1-3 ครั้ง แต่ละครั้งอาจจะห่างกันประมาณ 1 สัปดาห์หรือตามทันตแพทย์นัด

การดูแลรักษาฟันปลอม

การดูแลความสะอาดฟันปลอม อย่างถูกวิธีมีความสำคัญมากเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการสะสมของคราบอาหารและแบคทีเรีย ในส่วนของการดูแลรักษาฟันปลอมนั้นมีข้อควรรู้ดังต่อไปนี้

* ฟันปลอมบอบบางมากขณะที่คุณถือฟันปลอมในมือ คุณอาจต้องเตรียมผ้าขนหนูหรืออ่างใส่น้ำมารองข้างหน้า เพื่อป้องกันไม่ให้ฟันปลอมตกแตก

* ควรถอด ฟันปลอม ออกเวลานอน เพื่อให้เหงือกได้มีโอกาสพักและลดแรงกดบนกระดูกขากรรไกร

* อย่าปล่อยให้ฟันปลอมแห้งเด็ดขาด ตอนที่ไม่ได้ใส่ฟันปลอม ให้แช่ฟันปลอมในน้ำยาล้างฟันปลอมหรือน้ำเปล่า ห้ามใช้น้ำร้อนเด็ดขาดเพราะอาจทำให้ฟันปลอมบิดงอ

* แปรงฟันปลอมเป็นประจำทุกวันเพื่อขจัดเศษอาหารและคราบจุลินทรีย์บนฟัน และป้องกันไม่ให้เกิดคราบบนฟันปลอม คุณสามารถใช้เครื่องล้างฟันปลอมระบบอัลตราโซนิคได้เช่นกัน แต่ไม่ควรนำมาใช้แทนการแปรงฟันประจำวัน

* แปรงเหงือก ลิ้น และเพดานปากด้วยแปรงสีฟันขนนิ่มทุกเช้าก่อนใส่ฟันปลอม การทำแบบนี้จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตในเนื้อเยื่อ ขจัดคราบจุลินทรีย์ และเพื่อสุขอนามัยที่ดี

* เมื่อฟันปลอมแตก หัก บิ่น หรือหลวม ให้ไปพบทันตแพทย์ อย่าปรับฟันปลอมเอง เพราะอาจทำให้ฟันปลอมของคุณเสียหายจนซ่อมไม่ได้

ฟันปลอม

อย่างไรก็ตาม ฟันปลอม จะต้องนำไปเสริมฐาน ทำใหม่ หรือเปลี่ยนฐานฟันใหม่ เนื่องจากสึกกร่อนจากการใช้งาน การเปลี่ยนฐานฟันใหม่จึงหมายถึงการเปลี่ยนฐานฟันปลอมแต่ยังใช้ตัวฟันอันเดิม โดยเมื่อคุณอายุมากขึ้น ปากของคุณก็จะเปลี่ยนไปด้วย ฟันปลอมของคุณจึงหลวม ทำให้คุณเคี้ยวอาหารลำบากและระคายเคืองเหงือกได้ง่าย ดังนั้นอย่าลืมไปพบทันตแพทย์เพื่อตรวจฟันอย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อสุขภาพที่ดีของช่องปากในระยะยาวต่อไป

Comments

comments