เบกกิ้งโซดา ฟันขาว (Baking Soda) 2 สูตง่ายๆทำได้ที่บ้าน

เบกกิ้งโซดา ฟันขาว 2 สูตง่ายๆทำได้ที่บ้าน (Baking Soda)

เบ้กกิ้งโซดา ฟันขาว
advertising

เบกกิ้งโซดา ฟันขาว 2 สูตรง่ายๆทำได้ที่บ้าน

การมีฟันขาวสะอาด เรือนผมหนานุ่มและเงางาม ล้วนเป็นความปรารถนาของทุกคนในยุคนี้ ปัจจุบันชาวอเมริกันใช้จ่ายเงินจำนวนหนึ่งพันสี่ร้อยล้านดอลลาร์ทุกๆปีให้กับผลิตภัณฑ์เพื่อฟันขาว เพียงเพื่อแลกกับฟันที่ขาวขึ้นเพียง 1 ระดับ ซึ่งฉันเองก็เป็นหนึ่งในนั้นที่เคยทดลองซื้อผลิตภัณฑ์นี้จากทันตแพทย์มาครั้งหนึ่ง ผลที่ได้คือฟันขาวขึ้นเล็กน้อย แต่สุขภาพฟันอ่อนแอลงมาก และนั่นทำให้รู้สึกว่าไม่เห็นจำเป็นต้องไปวุ่นวายกับการเปลี่ยนสีฟันซึ่งก็ไม่มีใครรู้แน่ว่าจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพฟันในระยะยาวหรือไม่ . . . ดังนั้น ฉันจึงเริ่มมองหาวิธีการทางธรรมชาติ คุณจะมีฟันขาวอย่างเป็นธรรมชาติได้จริงจากความอดทนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่คงไม่ได้ขาวจัดขนาดเป็นประกายเจิดจ้าบาดตาคนมองนะ แต่ก็ทำให้คนทั่วไปรู้สึกได้ว่าคุณดูแลฟันเป็นอย่างดีโดยสังเกตจากสีมุกนวลเนียน ซึ่งดีกว่าการฟอกสีฟันอย่างรุนแรงเป็นไหนๆ


ทำไมฟันจึงเปลี่ยนเป็นสีเหลือง?

การหาวิธีทำให้ฟันขาวขึ้นนั้น เราจำเป็นต้องดูที่สาเหตุว่าอะไรทำให้ฟันเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ซึ่งก็มีหลายปัจจัยเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นพันธุกรรม ชนิดของอาหารและเครื่องดื่ม และนิสัยการทำความสะอาดช่องปากของแต่ละคน  ฟันหนึ่งซี่ประกอบด้วย 4 ส่วน คือ

  • เยื่อเคลือบฟัน ซึ่งมีสีขาวแข็งแรงช่วยปกป้องฟัน
  • เนื้อฟันซึ่งช่วยประสานการทำงานของเคลือบฟัน มีสีเหลืองเป็นที่รวมของเส้นประสาท
  • เยื่อบุฟันซึ่งอยู่ใจกลางของฟันบรรจุเลือดและน้ำเหลือง
  • และส่วนสุดท้ายคือรากฟัน

ส่วนของเยื่อเคลือบฟันและเนื้อฟันมีส่วนอย่างมากต่อสีของฟัน อาหารและเครื่องดื่มบางชนิดก็มีผลโดยตรงต่อเยื่อเคลือบฟัน แต่ 2 สิ่งที่ร้ายที่สุดคือ อาหารและเครื่องดื่มที่คอยทำลายเยื่อเคลือบฟันลงอย่างช้าๆตามกาลเวลา และเมื่อเยื่อเคลือบฟันถูกทำลายจนหมด ก็จะมองเห็นสีเหลืองของเนื้อฟันได้อย่างชัดเจน การรักษาก็จะเน้นไปที่การฟอกสีฟันที่ถูกทำลายเยื่อเคลือบไปเรียบร้อยแล้ว แต่การสร้างเสริมความแข็งแรงของเคลือบฟันสำคัญกว่ามาก กันไว้ย่อมดีกว่าแก้ ดังนั้น ยอมสละเศษเงินเพียงเล็กน้อยเพื่อป้องกันย่อมดีกว่าเสียเงินเป็นพันเป็นหมื่นในการเยียวยาทีหลัง


เบกกิ้งโซดากับน้ำมะนาว เพื่อฟันขาวๆlemon_baking_soda

เบกกิ้งโซดาไม่ได้น่ากลัวอย่างที่เราเข้าใจ ชื่อทางวิทยาศาสตร์คือโซเดียมไบคาร์บอเนต มีฤทธิ์กัดกร่อนอย่างอ่อน ช่วยขจัดคราบต่างๆบนผิวฟันให้ขาวขึ้นได้หนึ่งระดับ นอกจากนี้ ความเป็นด่างของเกลือเบกกิ้งโซดายังช่วยคืนสมดุลให้กับช่องปากจากการกินอาหารซึ่งส่วนใหญ่มีฤทธิ์เป็นกรด เพราะกรดเป็นตัวทำลายเยื่อเคลือบฟัน นอกจากนี้ เมื่อใช้ร่วมกับมะนาว ยังช่วยลดความเป็นกรดของน้ำมะนาวซึ่งเป็นสารฟอกขาวตามธรรมชาติด้วย นี่ละคือสิ่งที่ฉันต้องการ โดยส่วนตัวแล้ว ฉันใช้เกลือเบกกิ้งโซดากับน้ำเปล่าบ้าง สลับกับการใช้น้ำมะนาว จะได้ดูไม่หนักเกินไป

คุณจำเป็นต้องใช้…

-เกลือเบกกิ้งโซดา หลายช้อนชาหน่อยนะ
-น้ำมะนาวหรือน้ำเปล่า
-แปรงสีฟัน

วิธีการ

ผสมเกลือเบกกิ้งโซดากับน้ำมะนาว (หรือน้ำเปล่า) คลุกเคล้าให้เข้ากันจนข้นเหมือนยาสีฟัน เช็ดฟันด้วยผ้าหรือทิชชูให้แห้ง แล้วใช้แปรงป้ายส่วนผสมในปริมาณพอเหมาะ แล้วแปรงฟันให้ทั่ว ทิ้งไว้ 1 นาทีแล้วล้างด้วยน้ำเปล่าให้สะอาดเพื่อหลีกเลี่ยงการทำลายเคลือบฟันจากกรด หากใช้น้ำเปล่าผสม สามารถทิ้งไว้ได้นาน 3 นาที


2. สตรอเบอร์รี่ เกลือ และ เบกกิ้งโซดา ฟันขาว (Baking Soda)stawberry baking soda

สตรอเบอร์รี่มีวิตามินซีสูง สามารถขจัดคราบพลัค(แบคทีเรียบนผิวฟัน) ตัวการทำให้ฟันเป็นสีเหลือง นอกจากนี้สตรอเบอร์รี่ยังมีเอนไซม์มาลิค ที่ช่วยสลายคราบอื่นๆได้ดอีกด้วย ส่วนเกลือแกงจะทำหน้าที่ขัดสิ่งสกปรกที่มีลักษณะเป็นเมือกเหนียว และเกลือเบกกิ้งโซดาเป็นตัวเลือกเสริม จะไม่ใช้ก็ได้ (แต่ฉันชอบใช้ทุกครั้งถ้าเป็นอะไรที่เกี่ยวกับฟัน)

คุณจำเป็นต้องใช้…

-สตรอเบอร์รี่สดลูกใหญ่ 1-3 ลูก
-เกลือแกง (เกลือทะเล)
-เกลือเบกกิ้งโซดาครึ่งช้อนชา

advertising

วิธีการ

บดสตรอเบอร์รี่ให้ละเอียด ผสมเกลือลงไปเล็กน้อย และเติมเกลือเบกกิ้งโซดาลงไปอีกครึ่งช้อนชา (ถ้าต้องการ) เช็ดฟันให้แห้งด้วยผ้าหรือทิชชู แล้วใช้แปรงป้ายส่วนผสมที่ได้แล้วแปรงฟันให้ทั่ว ทิ้งไว้ 5 นาทีแล้วล้างออกให้สะอาด แนะนำให้ทำก่อนนอน


3.น้ำมันมะพร้าว16-Is-coconut-oil-actually-healthy-

ฉันรู้ว่าฟังดูแล้วไม่น่าจะเป็นไปได้ (ฉันอ่านเจอครั้งแรกก็คิดอย่างนั้น) แต่การกลั้วปากด้วยน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น (เรียกว่า oil pulling) มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว (เป็นศาสตร์ของอินเดียมาตั้งแต่โบราณกาล) และเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในการทำให้ฟันขาวได้ แม้ว่าจะฟังดูแล้วไม่น่าใช่สิ่งที่น่าภิรมย์ที่สุดในโลก แต่ฉันก็ไม่ได้รู้สึกแย่กับรสชาติของน้ำมันมะพร้าว และยืนยันได้ว่าช่วยให้เห็นความแตกต่างของสีของฟันได้จริง และสีที่ขาวขึ้นไม่ใช่การเปลี่ยนสีจากการฟอกฟันขาว แต่กรดลอริคในน้ำมันมะพร้าวสามารถขจัดแบคทีเรียในคราบพลัคสาเหตุของฟันเหลืองได้ ทั้งยังช่วยส่งเสริมสุขภาพเหงือกและทำให้ลมหายใจสดชื่นขึ้นด้วย

คุณจำเป็นต้องใช้…
-น้ำมันมะพร้าวแช่เย็นจนเป็นไขประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีการ

ในยามเช้า ก่อนแปรงฟัน ตักน้ำมันมะพร้าว 1 ช้อนโต๊ะ หรือน้อยกว่านั้นเข้าปาก (ขึ้นอยู่กับขนาดของช่องปาก) แล้วถูและคว้านให้ทั่วทั้งปาก คุณอาจจะใช้วิธีอมไว้ให้ละลายในปากแทนก็ได้ (ฉันมักใช้วิธีนี้มากกว่า) กลั้วกลับไปกลับมาจนทั่ว ประมาณ 10-15 นาทีแล้วบ้วนทิ้ง และกลั้วน้ำเปล่าแล้วจึงแปรงฟันตามปกติ

เพิ่มเติม. – คุณสามารถใช้วิธีเหล่านี้หลังแปรงฟันก่อนนอนได้ตามต้องการ


สรุปเกี่ยวกับการใช้ Baking Soda ฟันขาว

จากทั้ง 3 วิธีนั้น เรารับประกันได้ไหมว่าวิธีเหล่านี้จะช่วยให้ฟันขาวขึ้นได้ภายใน 1 สัปดาห์ ** คำตอบคือ “ไม่” ** . . . คุณอาจเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่ว่าจะเห็นผลชัดเจนทันทีเหมือนผลิตภัณฑ์ทำฟันขาวในท้องตลาด อีกคำถามคือฟันของคุณจะขาวขนาดต้องหรี่ ตามองหรือไม่ (ขาวจนแสบตา) คำตอบคือ “ไม่” เช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม. ฉันชอบแบบธรรมชาติมากกว่า ตั้งแต่ใช้วิธีนี้มา ฉันรู้สึกว่าฟันขาวขึ้น สุขภาพในช่องปากแข็งแรงขึ้น แล้วก็ดูไม่เหมือนพวกที่ไปฟอกสีฟันมา ด้วยความที่เราอยู่ในโลกที่เหล่าดารานางแบบล้วนผ่านการเมคอัพและรีทัชจนฟันขาวแสบตาเป็นผู้ตั้งค่ามาตรฐานของรูปลักษณ์ภายนอกของเรา ทำให้ชีวิตนั้นยุ่งยากกว่าที่เคย โดยเฉพาะกับคนธรรมดาที่อยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง ผลก็คือ เรามักจะลืมว่าอะไรคือสิ่งที่ดีสำหรับเรา แล้วเสียเงินเสียทองมากมายให้กับภาพในอุดมคติ หากปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติเสีย คุณจะประหยัดเงินไปได้อีกเยอะและยังรู้สึกดีกับตัวคุณเองด้วย และสุดท้ายคุณจะมีสุขภาพในช่องปากที่ดี และสิ่งนี้เองที่สร้างความงามได้อย่างแท้จริง


สาระเสริมเกี่ยวกับการทำฟันให้ขาว

– ทำให้เป็นกิจวัตร! และปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ และพยายามทำให้ครบทั้งสามวิธี สลับกันไป

– ในส่วนของวิธีการที่ไม่ได้มาจากธรรมชาติก็มีอยู่บ้าง เช่น การใช้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ 3% (ย้ำว่า3%) ในการบ้วนปากจะสามารถทำให้ฟันขาวขึ้นได้จากกระบวนการออกซิเดชั่น (ปฏิกิริยาทางเคมีจากออกซิเจน) ซึ่งเป็นส่วนที่จะขาดเสียมิได้ในผลิตภัณฑ์เพื่อฟันขาวแทบทั้งสิ้น แต่ก็ต้องยอมรับว่าพบสารนี้ในปริมาณที่สูงในผลิตภัณฑ์ประเภทเดียวกัน แน่นอนว่ามีราคาสูงขึ้นด้วย

– อีกหนึ่งสิ่งที่ใครๆก็รู้ (แต่ทำตามได้ยากมากในชีวิตทุกวันนี้) คือ การหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มสีเข้มหรือดำ เช่น โค้ก หรือกาแฟ ซึ่งจะทำให้เกิดคราบสีเหลืองที่ฟันได้ง่าย

advertising

Comments

comments