ถอนฟัน - 5 สาเหตุทำไมต้องถอนฟัน , วิธีการ และ ข้อปฏิบัติ

ถอนฟัน – ทำไมต้องถอนฟัน วิธีการ และ ข้อปฏิบัติ

การถอนฟัน , วิธีการถอนฟัน , ถอนฟัน

การถอนฟัน ทำไมจึงต้องถอน?

การ “ถอนฟัน” ส่วนใหญ่จะมีสาเหตุมาจากฟันผุมากจนไม่สามารถแก้ไขนำกลับมาใช้งานได้อีก ฟันน้ำนมที่ยังไม่ยอมหลุดจนเมื่อถึงเวลาฟันแท้ขึ้นแล้วทำให้ฟันแท้ไม่สามารถโผล่ขึ้นมาได้ตามปกติหรือเกิดจากการเป็นโรคปริทันต์ที่ลุกลามและทำลายรอบๆฟันมากกว่า 1 ใน 3 ของความยาวรากฟันทำให้ฟันโยกซึ่งทำให้ฟันประเภทนี้ไม่สามารถใช้เคี้ยวอาหารได้ อีกทั้งยังก่อให้เกิดความรู้สึกรำคาญต่อตัวผู้ป่วยเอง อย่างไรก็ตามก็มีบางกรณีที่จำเป็นต้องถอนฟันดีๆเพื่อทำการจัดฟันของกรณีที่เหงือกนั้นมีพื้นที่ไม่พอเพื่อทำให้เรียงตัวสบกันได้ดีและเพิ่มบุคลิกแก่ใบหน้า เป็นต้น

และในปัจจุบันการถอนฟันซี่ทั่วไป รวมถึงถอนฟันกรามทำได้ไม่ยุ่งยาก ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับความยากง่ายแตกต่างกันในฟันแต่ละซี่และในผู้ป่วยแต่ละรายว่าฟันนั้นแข็งแรงแค่ไหน ความผิดปกติของรูปร่างฟันและรากฟันเป็นอย่างไร รวมถึงการฉีดยาชาในการถอนฟันจะช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกเจ็บน้อยลงและสามารถถอนฟันได้สะดวกมากยิ่งขึ้น

การถอนฟันเป็นการรักษาทางทันตกรรมที่ส่วนใหญ่แล้วทันตแพทย์มักจะให้เป็นทางเลือกสุดท้ายเพื่อกำจัดสภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรคฟัน เช่น อาจเกิดอาการอักเสบหรือติดเชื้อของฟันเพราะการสูญเสียฟันซี่ใดซี่หนึ่งนั้นย่อมไม่เป็นผลดีต่อตัวผู้ป่วยเอง เนื่องจากเมื่อมีช่องว่างเกิดขึ้นจะทำให้ฟันซี่ข้างๆเคลื่อนตัวไปยังช่องว่างนั้น อาจจะทำให้เกิดส่งผลกระทบต่อการเคี้ยวอาหาร การเรียงตัวของฟันและการสบฟัน รวมไปถึงการสูญเสียบุคลิกภาพเวลายิ้มหรือสนทนา เป็นต้น


เหตุจำเป็นที่ต้องทำการรักษาโดยการถอนฟัน

ทำไมต้องถอนฟัน

การถอนฟันเป็นการรักษาทางทันตกรรมที่เหมาะสมและเหตุจำเป็นสำหรับบางกรณี เช่น

  1. เฟื้องฟันแตกหัก: เมื่อฟันมีเฟื้องหักแตก โดยเฉพาะในกรณีที่เป็นเฟื้องที่กว้างมาก มักจะไม่สามารถซ่อมแซมได้ และอาจเป็นต้นเหตุให้เกิดการติดเชื้อหรืออาจทำให้ฟันอื่นๆ หรือโครงสร้างของฟันเสียหายได้
  2. โรคเหงือก: การเกิดโรคเหงือกมักจะทำให้เกิดปัญหาของฟันและเนื้อเยื่อรอบๆ ฟัน โดยเฉพาะเมื่อโรคเหงือกเกิดขึ้นระบบต่อมน้ำลายอาจทำงานผิดปกติ ทำให้เกิดการสะสมของแบคทีเรียและพิษซึมเข้าไปในรากฟัน ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพทั่วไป
  3. การรักษาสมุนไพรไม่ได้ผล: ในบางกรณี การใช้วิธีรักษาด้วยสมุนไพรหรือวิธีการแบบอื่นๆ อาจไม่เพียงพอในการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับฟัน โดยเฉพาะในกรณีที่มีปัญหาที่เกี่ยวกับรากฟัน
  4. ภาวะการอักเสบของฟัน: เช่น ฟันผุคือฟันที่ผุทะลุถึงโพรงฟันหรือฟันที่ร้าวที่อาจจะเกิดจากอุบัติเหตุ เป็นต้
  5. การติดเชื้อ: ภาวะการติดเชื้อที่กระดูกรอบๆรากฟันที่อาจจะอยู่ในระยะรุนแรงหรือมีอาการเหงือกอักเสบอย่างรุนแร
  6. ฟันซ้อน: ฟันที่ขึ้นซ้อนเกกันและไม่ได้ใช้ในการบดเคี้ยว ซึ่งอาจจะทำให้มีเศษอาหารติดค้างและหมักหมม ทำให้ยากต่อการทำความสะอาด
  7. การเกิดฟันคุด: ปัญหาฟันคุดที่ทันตแพทย์ลงความเห็นว่าสมควรที่จะถอนเนื่องจากตำแหน่งและการขึ้นของฟัน หรือฟันน้ำนมที่ไม่ยอมหลุดทำให้ฟันแท้ไม่สามารถขึ้นมาในช่องปากได้ตามปกติ
  8. เตรียมตัวก่อนจัดฟัน: การเตรียมฟันก่อนเข้ารับการจัดฟันจะทำให้มีช่องว่างในเหงือกเพื่อการเคลื่อนที่ของฟันให้ได้ฟันตามรูปแบบที่สวยงาม

การถอนฟันจึงเป็นวิธีการที่จะช่วยแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับฟันอย่างเหมาะสม โดยการรักษาโดยการถอนฟันอาจช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่รวดเร็ว ปลอดภัย และลดความเสี่ยงที่จะเกิดอาการแทรกซ้อนหรือปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับฟันในอนาคต

อย่างไรก็ตาม การถอนฟันไม่ใช่วิธีการรักษาที่เหมาะสมสำหรับทุกกรณี และในบางกรณีการรักษาด้วยวิธีการอื่นๆ เช่น เคล็ดลับการดูแลฟันแบบถูกต้อง หรือการทำฟันเทียมเพื่อแทนที่ฟันที่สูญเสียอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า ดังนั้น การตัดสินใจเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมสำหรับแต่ละกรณีควรพิจารณาด้วยความรอบคอบและศึกษาข้อมูลจากทันตแพทย์อย่างถี่ถ้วนก่อนดำเนินการใดๆ ดังนั้น หัวข้อ “เหตุจำเป็นที่ต้องทำการรักษาโดยการถอนฟัน” จึงต้องพิจารณาแต่ละกรณีและสถานการณ์ในการตัดสินใจว่าเป็นเหตุจำเป็นหรือไม่ต่อการทำการรักษาของฟันในแต่ละกรณี โดยอาศัยคำแนะนำและการปรึกษาจากทันตแพทย์เป็นสิ่งที่สำคัญและควรทำในทุกครั้ง


วิธีการถอนฟันทำอย่างไร?

ถอนฟัน

ก่อนที่จะเริ่มทำการถอนฟันนั้นทางทันตแพทย์จะตรวจสอบและซักประวัติการรักษาและด้านสุขภาพต่างๆของคนไข้ เช่น โรคประจำตัว เคยมีปัญหาในการถอนฟันมาก่อนหรือไม่ เช่น ปัญหาเลือดหยุดไหลช้า หรือเลือดออกไม่ยอมหยุด เป็นต้น และถ้าหากมีโรคประจำตัวควรจะเตรียมตัวก่อนเข้ารับการถอนฟันอย่างไร เพราะจะมีบางโรคที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษสำหรับในการถอนฟัน เช่น โรคเบาหวานหรือโรคหัวใจ เป็นต้น

แต่ก็มีบางกรณีเช่นการจัดฟันที่จำเป็นต้องถ่ายฟิล์มเอ็กซเรย์เพื่อให้เห็นถึงรูปร่าง ตำแหน่งของฟันและปัญหาต่างๆ บริเวณรอบรากฟัน ซึ่งขั้นตอนในส่วนนี้ทันตแพทย์จะเป็นผู้วินิจฉัยถึงความยากง่าย ความยุ่งยากในการถอนฟันซี่ บางกรณีก็อาจจะไม่ต้องถอนเพียงแค่อุดฟันก็เพียงพอแล้ว แต่โดยทั่วไปแล้วหากจำเป็นจะต้องถอนฟัน ขั้นตอนจะมีดังนี้

  • ขั้นตอนการตรวจวินิจฉัยเริ่มต้น ก่อนอื่นจำเป็นต้องมีการตรวจร่างกายและวัดความดันโลหิต ซักประวัติรายละเอียดต่างๆในส่วนนี้ผู้ป่วยควรให้ความร่วมมือด้วยการบอกทันตแพทย์อย่างละเอียด แล้วหลังจากนั้นทันตแพทย์จะทำการตรวจสอบในช่องปากและพิจารณาต่อฟันที่มีปัญหาว่าควรจะเก็บรักษาไว้หรือทำการถอนฟันออก
  • การเตรียมบริเวณที่จะถอนฟัน การฉีดยาชาเป็นสิ่งที่จำเป็นมากสำหรับการถอนฟันเพราะจะทำให้ผู้ป่วยรู้สึกเจ็บน้อยลงและง่ายต่อการถอนฟันเพิ่มมากขึ้นแต่นั้นเป็นสิ่งที่ผู้ป่วยกลัวมากที่สุดจนอาจทำให้รู้สึกเกร็งซึ่งนั้นไม่เป็นผลดี ฉะนั้นผู้ป่วยควรทำใจให้ผ่อนคลายไม่ต้องวิตกกังวลเพราะการฉีดยาชาสมัยนี้นั้นมีขนาดเล็กมากและมีประสิทธิภาพสูง ทันตแพทย์จะทำการฉีดยาชาในส่วนรอบๆของบริเวณที่จะทำการถอนฟัน หลังจากนั้นผู้ป่วยก็จะรู้สึกชาประมาณ 2-3 ชั่วโมง
  • ขั้นตอนการถอนฟัน ทันตแพทย์จะทำการถอนใต้ยาชาเฉพาะที่โดยใช้เครื่องมือทำให้ฟันนั้นหลวมจากเหงือกแล้วทำการถอนหรือดึงฟันออกด้วยคีมถอนฟัน ซึ่งในระหว่างนี้ผู้ป่วยอาจจะรับรู้ถึงแรงกดหรือแรงดึงแต่จะไม่รู้สึกเพราะฤทธิ์ของยานั่นเอง อาจจะมีการเย็บแผลในกรณีที่ต้องแบ่งฟันหรือในกรณีที่ถอนฟันหลายซี่ติดกัน

ข้อควรปฏิบัติที่ควรทำหลังจากการ ถอนฟัน

วิธีการถอนฟัน

การปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของทันตแพทย์จะช่วยให้แผลนั้นหายไวขึ้นและหลีกเลี่ยงการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่ไม่พึงประสงค์ได้ เช่น การรับประทานยาบางชนิดทำให้มีผลต่อการแข็งตัวของเลือดและอาจทำให้เลือดหยุดช้ากว่าปกติ หลีกเลี่ยงการพูดคุย ถ่มน้ำลายหรือบ้วนน้ำตลอดระยะเวลาที่ทันตแพทย์นั้นกำหนด จะช่วยลดอาการเสี่ยงต่อการติดเชื้อภายหลังจากการถอนฟัน เป็นต้น ซึ่งผู้ป่วยควรปฏิบัติดังต่อไปนี้

  • กัดผ้าก็อซประมาณ 30 นาทีหรือ 1 ชั่วโมงด้วยแรงพอประมาณเพื่อห้ามเลือด และเมื่อเลือดหยุดไหลควรเปลี่ยนผ้าชิ้นใหม่และอุดแผลไว้สักพักเพื่อให้แน่ใจว่าเลือดหยุดแล้วแต่ไม่ควรเปลี่ยนบ่อยๆเพราะการวางผ้าก็อซแห้งๆยิ่งเป็นการซับให้เลือดไหลซึมออกมาอีก
  • ไม่ควรบ้วนน้ำลาย(บ้วนได้แต่บ้วนเบาๆไม่ควรบ้วนแบบกลั้วปาก)หรือเลือดภายใน 12 ชั่วโมงหลังจากการถอนฟันหากยังมีเลือดไหลซึมเล็กน้อยให้อมน้ำเกลือเย็นๆด้วยสัดส่วน เกลือ 1 ช้อนชา + น้ำ 1 แก้วทิ้งไว้สักครู่ และในระหว่างนี้ไม่ควรใช้น้ำยาบ้วนปากเพราะอาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองได้
  • ควรงดบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกฮอล์ รวมถึงเครื่องดื่มร้อนๆ ในระหว่างหลังจาการถอนฟันนี้ จนกว่าจะรู้สึกว่าไม่ปวดแผลแล้ว
  • ควรทานอาหารอ่อนๆเย็นๆและหลีกเลี่ยงการเคี้ยวอาหารด้านข้างที่ถอนฟัน รวมไปถึงอาหารรสจัดด้วยในช่วง 2-3 วันแรก
  • สามารถแปรงฟันได้แต่ควรแปรงเบาๆและหลีกเลี่ยงแปรงในบริเวณที่ถูกถอนออกเพราะอาจจะเปิดการเปิดปากแผลได้และไม่ควรเอานิ้วมือหรือวัสดุไปแตะต้องบริเวณที่มีแผล
  • ออกกำลังกายได้แต่ต้องไม่หักโหมหรือหนักมากจนเกินไป หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องออกแรงหรือกิจกรรมกลางแจ้งหนักๆเพราะอาจจะเพิ่มแรงดันเลือดทำให้เลือดไหลเพิ่มขึ้นอีก
  • รับประทานยาตามที่ทันตแพทย์สั่งหากมีอาการปวด แต่ส่วนใหญ่อาการปวดจะค่อยๆทุเลาลงใน 2-3 วัน
  • หากมีอาการผิดปกติใดๆที่รู้สึกว่าผิดปกติให้รีบกลับไปพบทันตแพทย์อีกครั้ง

สรุปได้ว่า การถอนฟันเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องถอนฟันในบางกรณี เช่น เมื่อฟันมีปัญหาและไม่สามารถฟื้นฟูได้ หรือเมื่อฟันเป็นอุปสรรคต่อการรักษาฟันอื่นๆ หากไม่ยอมรักษาให้ทันถ่วงที อาจทำให้รากฟันเสียหายและต้องเสียเวลา เสียเงินรักษารากฟันเพิ่มเติมอีกด้วย อย่างไรก็ตาม การถอนฟันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ และจำเป็นต้องปฏิบัติตามขั้นตอนที่ถูกต้องเพื่อป้องกันปัญหาหลังจากการถอนฟัน วิธีการถอนฟันมีหลายวิธี ได้แก่ การถอนฟันด้วยแรงมือ การใช้เครื่องมือทางการแพทย์ และการใช้เครื่องมือทางการแพทย์ร่วมกับการใช้แรงมือ การถอนฟันเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลาและความตั้งใจ การรักษาฟันที่ถูกต้องหลังจากการถอนฟันก็เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องใส่ใจ เช่น การสำรวจสุขภาพช่องปากเป็นประจำ เลือกใช้วิธีการแท้งหรือการใส่ฟันปลอมที่เหมาะสม และการรักษาฟันที่เหลือให้ดีอย่างต่อเนื่อง

ดังนั้น ในการถอนฟัน จำเป็นต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและการดูแลรักษาหลังการถอนฟันอย่างรอบคอบ โดยเราควรติดตามคำแนะนำของทันตแพทย์และปฏิบัติตามขั้นตอนที่ถูกต้อง เพื่อสุขภาพช่องปากที่ดีและการเจริญเติบโตของฟันและเหงือกอย่างมั่นคง

อ้างอิง:

Tooth removal. https://www.bupa.co.uk/dental/dental-care/treatments/tooth-removal

Tooth Extraction. https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/22120-tooth-extraction

Pulling a Tooth (Tooth Extraction). https://www.webmd.com/oral-health/guide/pulling-a-tooth-tooth-extraction