จัดฟันแบบใส - ข้อดี และ ขั้นตอน การจัดฟันแบบใส

จัดฟันแบบใส – ข้อดี และ ขั้นตอน การจัดฟันแบบใส

จัดฟันแบบใส

ข้อดีและขั้นตอนของการจัดฟันแบบใส


การจัดฟันแบบใสไร้เหล็กคือเครื่องมือการจัดฟันที่สามารถถอดออกได้โดยไม่ต้องทำการยึดติดวัสดุใดๆลงบนตัวฟันและสามารถทำให้ฟันสามารถเคลื่อนที่ไปสู่ตำแหน่งที่ต้องการได้ทีละเล็กทีละน้อย การสร้างเครื่องมือนี้จะอาศัยภาพสามมิติจากคอมพิวเตอร์มาช่วยในการออกแบบการสร้างเครื่องมือจัดฟันที่จะออกแบบเฉพาะเป็นรายบุคคลไป ไม่ใช่การ จัดฟันแฟชั่น แต่อย่างใด

โดยเครื่องมือการจัดฟันชนิดนี้จะมีลักษณะเป็นแบบใสและสามารถออกมาทำความสะอาดได้สามารถช่วยแก้ปัญหาเรื่องการเรียงตัวของฟันและเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดัดฟันแต่ไม่อยากให้ผู้อื่นเห็นถึงเครื่องการจัดฟัน รวมทั้งให้ความรู้สึกสะดวกสบายเวลาที่รับประทานอาหารหรือแปรงฟัน


คุณลักษณะของการ จัดฟันแบบใส

จัดฟันแบบใส

  • วิธีการทำงานของการจัดฟันแบบใส่ไม่ต้องติดลวดโลหะหรือ bracket เป็นถาดใสสามารถถอดออกหรือใส่ได้เอง
  • มีลักษณะบางใส ไร้สีและโปร่งแสง เมื่อสวมใส่จะทำให้เรียบติดกับฟัน เป็นที่สังเกตได้ยาก
  • เจ็บน้อยกว่าการจัดฟันแบบติดแน่นเพราะไม่ต้องกรอผิวหน้าฟันออก
  • สามารถทำความสะอาดได้ง่ายโดยใช้การแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันได้ซึ่งแตกต่างจากการใช้เหล็กติดฟัน

ข้อดีของการเลือก จัดฟันแบบใส

ด้วยคุณลักษณะใสที่ทำให้ไม่เป็นที่สังเกตให้มีความสวยงามเหมือนฟันธรรมชาติมากที่สุดและสามารถถอดออกมาทำความสะอาดได้ง่าย ไม่ทำให้รู้สึกระคายเคืองต่อเนื้อเยื่อในช่องปากอีกทั้งยังช่วยหลีกเลี่ยงปัญหาฟันผุที่อาจเกิดจากการติดเหล็กเพราะการติดเหล็กบนตัวฟันนั้นอาจทำให้ยากต่อการทำความสะอาดฟัน จึงอาจทำให้ฟันเหลืองหรือฟันผุจากการที่ทำความสะอาดไม่ทั่วถึงนั่นเองและให้ความรู้สึกสะดวกสบายเวลารับประทานอาหารต่างจากการติดเหล็ก อีกทั้งยังมีเทคโนโลยีจากคอมพิวเตอร์ในการออกแบบจึงช่วยลดความผิดพลาดในการเคลื่อนฟันได้เป็นอย่างดี ซึ่งหลายคนมีความเชื่อว่า จัดฟันทำให้หน้าเรียว ได้อีกด้วย

การจัดฟันแบบใสหมายถึงการใช้เทคโนโลยีแสงอินฟราเรดในการปรับแต่งฟันโดยไม่ต้องใช้สายสะพายแบบเดิม ทำให้การจัดฟันไม่ต้องเป็นภาพที่ร้ายแรงหรือมีความไม่สะดวกสบาย ด้วยการใช้เทคโนโลยีแสงอินฟราเรด จะช่วยให้การจัดฟันแบบใสมีข้อดีดังนี้

  • การจัดฟันแบบใสมีความสะดวกสบาย: เพราะไม่ต้องใช้สายสะพายแบบเดิมที่อาจทำให้มีความไม่สะดวกหรือเจ็บปวด เทคโนโลยีแสงอินฟราเรดจะทำให้การจัดฟันสะดวกและไม่มีความรบกวน
  • การจัดฟันแบบใสดูสวยงาม: สามารถปรับแต่งฟันได้อย่างละเอียดและเป็นระเบียบ ไม่เหมือนการใช้สายสะพายแบบเดิมที่อาจทำให้ฟันหย่อนหรือหย่อนได้
  • การจัดฟันแบบใสเป็นการแก้ไขปัญหาที่มีอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ: แต่ละคนมีปัญหาเรื่องฟันที่แตกต่างกันไป การใช้เทคโนโลยีแสงอินฟราเรดในการจัดฟันแบบใสจะช่วยแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • การจัดฟันแบบใสเป็นการรักษาฟันในระยะยาว: การใช้เทคโนโลยีแสงอินฟราเรดในการจัดฟันแบบใสจะช่วยให้ฟันมีความแข็งแรงและป้องกันการสึกหรอและเกิดโรคเหงือกได้
  • การจัดฟันแบบใสเป็นการประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย: เนื่องจากการใช้เทคโนโลยีแสงอินฟราเรดในการจัดฟันแบบใสไม่ต้องมีการเปลี่ยนสายสะพายแบบเดิม เปลี่ยนสายสะพายเพียง 4-6 สัปดาห์ครั้ง จึงทำให้ไม่ต้องมีการนัดหมายต่อไปในระยะยาว ซึ่งเป็นการประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย
  • การจัดฟันแบบใสมีการดูแลและการประเมินผลดีขึ้น: การใช้เทคโนโลยีแสงอินฟราเรดในการจัดฟันแบบใสจะช่วยให้แพทย์สามารถดูแลและประเมินผลได้อย่างระเอียดถี่ขึ้น เพราะสามารถสังเกตการเคลื่อนไหวของฟันได้อย่างชัดเจน และทำให้การดูแลและการประเมินผลดีขึ้น

ดังนั้น การจัดฟันแบบใสมีความสะดวกสบาย ดูสวยงาม และเป็นประโยชน์ต่อฟันในระยะยาว ทำให้เทคโนโลยีนี้กลายเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการปรับแต่งฟันของตนเอง


ขั้นตอนการรักษาการจัดฟันแบบใส

การจัดฟันใส

เครื่องมือจัดฟันชนิดนี้จะแบ่งเป็นชุดๆไปซึ่งแต่ละชุดจะทำให้ฟันนั้นเคลื่อนที่ไปสู่ตำแหน่งต่างๆที่ทันตแพทย์นั้นกำหนดไว้ เพื่อดูความคืบหน้าของฟันโดยแต่ละชุดๆจะมีความคืบหน้าของการจัดเรียงฟันที่แตกต่างกันไปและต้องเปลี่ยนเครื่องมือจัดฟันชุดใหม่เมื่อเครื่องมือจัดฟันชุดเก่านั้นทำให้ฟันเคลื่อนที่ไปยังตำแหน่งที่ต้องการ ซึ่งทั้งนี้จำนวนชุดของเครื่องมือการจัดฟันก็จะขึ้นอยู่กับสภาพของฟันแต่ละบุคคลไปโดยจะมีทันตแพทย์เป็นผู้วางแผนและกำหนด แต่โดยทั่วไปแล้วจะใช้ระยะเวลาการรักษาประมาณ 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับสภาพฟันของแต่ละบุคคลเพราะทุกคนต่างก็มีปัญหาของสภาพฟันและโครงสร้างที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นอาจจะใช้ระยะเวลาในการรักษาไม่เท่ากัน ฉะนั้นควรจะเข้าพบทันตแพทย์จัดฟันทุก 6-8 สัปดาห์ เป็นอย่างน้อย

  • ขั้นตอนการตรวจวินิจฉัย

ทันตแพทย์จะทำการตรวจในช่องปากและสภาพฟัน หรือปัญหาต่างๆในช่องปากหรือโครงสร้างฟันของผู้ที่เข้ารับการรักษา จากนั้นจะทำการวางแผนการรักษาตามลำดับ โดยขั้นตอนนี้จะมีการจัดบันทึกข้อมูลของการรักษา เช่น การเอ็กซเรย์และการพิมพ์ปากเพื่อที่จะส่งข้อมูลทั้งหมดไปยังศูนย์การรักษา ซึ่งในขั้นตอนนี้ทันตแพทย์จะทำการตรวจเช็คว่า ฟันผุจัดฟันได้ไหม

  • ขั้นตอนการจัดทำเครื่องมือ

จะใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วย ทั้งในการผลิตเครื่องมือจัดฟัน และ การวางแผนการเคลื่อนตัวของฟันเช่น (CAT scan) หรือ CAD เป็นต้น โดยเครื่องคอมพิวเตอร์จะทำการกำหนดทิศทางและตำแหน่งการเคลื่อนที่ของฟันโดยเครื่องคอมพิวเตอร์จะบันทึกการเคลื่อนที่ของตำแหน่งของฟันไว้อย่างละเอียด หลังจากนั้นทันตแพทย์จะทำการวิเคราะห์และวินิจฉัยข้อมูลทั้งหมดก่อนที่จะสรุปเป็นแบบแผนให้คนไข้ทราบถึงการรักษาต่างๆเช่น การเริ่มดำเนินการผลิตของอุปกรณ์จัดฟันหรือผลของการรักษาโดยเป็นแบบจำลองจากทางคอมพิวเตอร์ เป็นต้น จากนั้นจึงจะมีการผลิตอุปกรณ์ออกมา ซึ่งตัวอุปกรณ์นี้จะมีความพอดีกับผู้ที่ทำการรักษาเป็นรายๆไป เพราะแต่ละชุดจะถูกออกแบบไม่เหมือนกันเพราะทันตแพทย์จำเป็นต้องออกแบบเพื่อการเคลื่อนตัวของฟันให้ได้ผลที่ดีที่สุด

  • การใส่เครื่องมือ

ขั้นตอนนี้ทันตแพทย์จะทำการใส่เครื่องมือเพื่อดูความพอดีก่อน ถ้าหากไม่พอดีจะได้แก้ไข . . . เนื่องจากอาจจะส่งผลให้ฟันนั้นเคลื่อนที่ไม่ดี ทำให้ส่งผลต่อการเรียงตัวของฟันตามไปด้วย การเข้าพบทันตแพทย์ตามนัดหมายเพื่อให้ทันตแพทย์ตรวจดูความเปลี่ยนแปลงและความก้าวหน้าของการเคลื่อนที่ของฟันว่าเป็นไปในทิศทางที่วางแผนของการรักษาหรือไม่ ซึ่งการจัดฟันลักษณะนี้จะมีการพบทันตแพทย์จัดฟันทุกๆ 6-8 สัปดาห์เป็นอย่างน้อยและจะมีการเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ทุกครั้งเมื่อครบ 2 สัปดาห์หรือเมื่อฟันของผู้ป่วยนั้นเคลื่อนที่ไปยังตำแหน่งที่เหมาะสมกับแผนของการรักษาจนกว่าจะเสร็จสิ้นของการจัดฟันซึ่งจำนวนเครื่องมือที่ใช้จะขึ้นอยู่กับลักษณะปัญหาและการเรียงตัวของฟันที่แตกต่างกันออกไป


ข้อควรระวังของการเลือกจัดฟันแบบใส

วิธีจัดฟันแบบใส

การจัดฟันแบบใสนั้นมีข้อจำกัดต่อการเคลื่อนที่ของฟันอยู่มาก คือ สามารถใช้เคลื่อนฟันได้เฉพาะบางรูปแบบเท่านั้น และผู้ที่เข้ารับการจัดฟันลักษณะนี้ต้องใส่เครื่องมือนี้ตลอดเวลาทั้งเวลากลางวันและกลางคืน เพื่อให้ได้ผลที่ดีที่สุด จะถอดได้เฉพาะเวลาทำความสะอาดช่องปาก หรือการรับประทานอาหารเท่านั้น ซึ่งผู้ที่เข้ารับการจัดฟันต้องปฏิบัติตามคำแนะนำจากทันตแพทย์อย่างเคร่งครัด เพราะการจัดฟันลักษณะนี้จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากผู้ที่เข้ารับการรักษาเป็นอย่างดี เพื่อให้ได้ตามแบบแผนการรักษาภายในระยะเวลาที่กำหนด และเพื่อได้ฟันที่เคลื่อนที่ได้ตรงตามที่กำหนด

การจัดฟันแบบใสเป็นการใช้เทคโนโลยีแสงอินฟราเรดเพื่อปรับแต่งฟันโดยไม่ต้องใช้สายสะพายแบบเดิม แม้ว่าการจัดฟันแบบใสจะมีข้อดีมากมาย แต่ก็ยังมีข้อควรระวังบางอย่างที่ผู้ที่สนใจในการจัดฟันแบบใสควรรู้จักเพื่อเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเริ่มการจัดฟัน ดังนี้

  • การจัดฟันแบบใสอาจไม่เหมาะกับบางประเภทของฟัน: การใช้เทคโนโลยีแสงอินฟราเรดในการจัดฟันแบบใสไม่สามารถใช้ได้กับฟันที่มีการเคลื่อนไหวบ่อยๆ หรือมีความผิดปกติ เช่น ฟันโค้งเกินไป หรือฟันกลับหลุดออกจากเกาะฟันได้ง่าย ดังนั้น ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำการจัดฟันแบบใส เพื่อทำความเข้าใจและพิจารณาว่าวิธีการจัดฟันแบบใดเหมาะสมกับฟันของคุณ
  • การจัดฟันแบบใสอาจมีผลข้างเคียงบางอย่าง: การจัดฟันแบบใสอาจทำให้มีความเจ็บปวดหรือไม่สะดวกเมื่อเริ่มต้นการใช้งาน แต่ด้วยการปรับแต่งและการดูแลที่ถูกต้องจากแพทย์ จะช่วยลดผลข้างเคียงเหล่านี้ลงได้
  • การดูแลฟันต้องระมัดระวัง: เมื่อใช้เทคโนโลยีแสงอินฟราเรดในการจัดฟันแบบใส การดูแลฟันจะต้องระมัดระวังเพิ่มเติม เนื่องจากไม่สามารถใช้แปรงสะอาดฟันหรือด้วยการใช้สายสะพายที่มองเห็นได้เหมือนการจัดฟันแบบเดิม ทำให้ต้องใช้เครื่องมือที่เหมาะสมในการดูแลฟัน เช่น แปรงสะอาดฟันที่ออกแบบมาสำหรับการจัดฟันแบบใส และต้องรักษาระยะห่างเวลาการใช้เครื่องมือในการดูแลฟันอย่างสม่ำเสมอ
  • การจัดฟันแบบใสอาจมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการจัดฟันแบบเดิม: การจัดฟันแบบใสอาจมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการจัดฟันแบบเดิมเนื่องจากการใช้เทคโนโลยีแสงอินฟราเรด เครื่องมือ และการดูแลฟันอาจต้องใช้เครื่องมือและวิธีการที่มีความสูงสุด ดังนั้น ควรตรวจสอบค่าใช้จ่ายก่อนเริ่มต้นการจัดฟันแบบใส เพื่อหาทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ
  • การดูแลฟันเป็นเรื่องสำคัญ: การจัดฟันแบบใสต้องการการดูแลฟันอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการเกิดโรคเหงือกหรือฟันผุ และต้องปฏิบัติตามคำแนะนำจากแพทย์ให้ถูกต้อง โดยเฉพาะการใช้เครื่องมือและวิธีการที่เหมาะสมสำหรับการดูแลฟัน การไม่ดูแลฟันอย่างเหมาะสมอาจทำให้เกิดความเสียหายกับฟันของคุณและเสียเวลาแก้ไขปัญหาฟันเหล่านั้นในระยะยาว
  • การจัดฟันแบบใสต้องใช้เวลาในการดูแลและปรับแต่ง: การจัดฟันแบบใสต้องใช้เวลาในการดูแลและปรับแต่งฟัน ซึ่งอาจต้องใช้เวลานานกว่าการจัดฟันแบบเดิม ดังนั้น ควรมีความอดทนและความรับผิดชอบในการดูแลฟันของตนเองเพื่อให้การจัดฟันแบบใสได้ผลอย่างเต็มที่
  • การจัดฟันแบบใสอาจไม่ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ: การจัดฟันแบบใสอาจไม่ให้ผลลัพธ์ที่ต้องการหรือไม่ได้ผลลัพธ์ในระยะเวลาที่คาดหวัง ซึ่งอาจเกิดได้เนื่องจากความแตกต่างของฟันของแต่ละบุคคล ดังนั้น ควรเตรียมตัวกับผลลัพธ์ที่ไม่ได้ตรงกับความคาดหวัง

สรุปว่า การจัดฟันแบบใสเป็นเทคโนโลยีที่สามารถปรับแต่งฟันได้อย่างดี แต่ยังมีข้อควรระวังที่ต้องรู้จัก เช่นการไม่เหมาะสมกับบางประเภทของฟัน การมีค่าใช้จ่ายสูง การต้องใช้เครื่องมือและวิธีการที่เหมาะสมสำหรับการดูแลฟัน การใช้เวลาในการดูแลและปรับแต่ง และการไม่ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ เพื่อให้การจัดฟันแบบใสได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ควรปฏิบัติตามคำแนะนำจากแพทย์และดูแลฟันอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการเกิดผลข้างเคียงหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับฟันของคุณในระยะยาว


สรุปแล้วการ จัดฟันแบบใส แตกต่างจากการจัดฟันแบบอื่นอย่างไร

การจัดฟันแบบใสไร้เหล็กนั้นจะช่วยเสริมสร้างบุคลิกให้มีความมั่นใจมากขึ้น เนื่องจากสังเกตได้ยากและด้วยอุปกรณ์ที่สามารถถอดได้ จึงทำให้การทำความสะอาดช่องปากและอุปกรณ์เป็นเรื่องที่ไม่ยุ่งยากตามไปด้วย ซึ่งจะช่วยลดปัญหาฟันผุและคราบหินปูนได้อย่างดี แต่การจัดฟันด้วยวิธีนี้ยังคงมีข้อจำกัดอยู่บ้าง โดยจะพิจารณาใช้กับคนไข้ที่มีฟันเกระดับต้นจนถึงระดับกลาง ในกรณีที่คนไข้จำเป็นจะต้องถอนฟันหรือผ่าฟัน ทันตแพทย์อาจจะแนะนำให้ใช้การจัดฟันแบบอื่นแทน

อ้างอิง:

จัดฟันแบบใส invisalign i7 lite full คืออะไร ราคาเท่าไหร่ พร้อม รีวิวการจัดฟันใส. https://smileandcodentalclinic.com/invisalign/

จัดฟันแบบใส Invisalign ดีกว่าดัดฟันทั่วไปยังไง ราคาอัพเดท 2023. https://bangkokbraces.com/dental-braces/invisalign/

การจัดฟันแบบใส (Invisalign). https://www.bangkokhospital.com/center-clinic/dental-care/invisalign?info=overview